14/6/61

A next Mac

ว่าจะซื้อ mac อีกตัว เลยมาโน๊ตไว้ก่อน ปกติจะซื้อก่อน แล้วค่อยมา blog แต่ช่วงนี้หาเวลาไม่ค่อยได้เลย ไหนๆ กำลังว่าง โน๊ตไว้เสียก่อนเลยละกัน

เนื่องจาก mac ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ราคาถูก การจะซื้อแต่ละครั้ง ต้องมีเหตุที่สมควรจริงๆ และผมเองก็ไม่ใช่จะพิจารณาได้อย่างรวดเร็ว เอาเข้าจริงก็คิดมาเป็นปี แต่ตัดสินใจได้ละว่า ต้องซื้อตอนนี้แหล่ะ

ย้อนกลับไป mac เครื่องแรกที่ผมใช้ เป็น iBook G4 ตอนนั้นสาเหตุที่ตัดสินใจซื้อคือ ต้องการหักดิบจาก Windows กะว่าถ้าใช้ Linux ไม่สำเร็จ ก็จะไม่สามารถใช้ Windows ได้ ก็เลยตัดสินใจซื้อ Mac ซึ่งตอนนั้นราคาตั้ง 48,000 ซึ่งมันแพงมาก แต่ก็เป็นการลงทุนที่ึุ้มค่า เพราะผมสามารถปลดล๊อกตัวเองจาก Windows ได้สำเร็จจริงๆ หลายๆ ท่านที่เกิดมาพร้อมกับ Windows จะพอนึกออก ว่าการจะเลิกใช้ Windows ได้นั้น มันยากแค่ไหน และการลงทุนครั้งนั้นก็ทำให้ผมทำได้สำเร็จ

ตัวที่ 1.5 ก่อนซื้อตัวที่ 2 ผมมี mac ตัวที่ 1.5 ด้วย คือ ไอ้เจ้า iBook G4 มันอะแดปเตอร์ไหม้ ทีนี้จะซื้ออะแดปเตอร์ใหม่ก็แพง ก็เลยไปหา iBook G3 มือสองมาแทน เพราะอะแดปเตอร์ใช้เหมือนกัน :P

mac เครื่องที่ 2 ตอนนั้นเกิดจากการที่ ในบ้านมี Laptop ที่ใช้ Windows กับ Linux อยู่แล้ว และผมอยากให้ลูกใช้เครื่องตั้งโต๊ะสักตัวนึง เพราะมันดีต่อลํกษณะของการใช้งานมากกว่า พอตัดสินใจจะมีคอมอีกสักตัว ก็เลยอยากให้ลูกได้ลองใช้ OS อื่นบ้าง เพราะลูกคุ้นเคยกับ Ubuntu และ Windows อยู่แล้ว (พยายามให้ลูกใช้ Tools ในฐานะที่มันเป็น Tools คือ จับอะไรก็ใช้งานได้) เลยตัดสินใจที่จะซื้อ mac ในตอนนั้นก็เลยได้ mac mini ไป ด้วยเหตุที่งบประมาณจำกัด ซึ่งผลที่ได้ก็ออกมาดี คือ ลูกผมใช้ OS อะไรก็ได้ ซอฟต์แวร์อะไรก็ได้ เขาจะหาทางเรียนรู้และใช้งานได้ คือ ไม่ตั้งเงื่อนไขกับตัวเอง ว่าจะต้องเป็น Windows 7 เท่านั้น ต้อง Windows 10 เท่านั้น จะไม่เป็นแบบนั้น คือ มีเครื่องมืออะไรให้ใช้ เขาก็ใช้ ซึ่งก็เป็นอีกการลงทุนที่คุ้มค่า

why the next mac
เมื่อถึงรอบที่ตัดสินใจจะซื้ออีกครั้ล มันต้องมีเหตุที่เหมาะสมจริงๆ ถึงจะซื้อคอม 1 เครื่องในราคาเท่ากับคอม 2 เครื่อง อย่างที่เล่าไว้ในบล๊อกเก่าว่า พอดีกำลังหัดเรียนรู้ pi แต่หลังจากที่เห็นสิ่งที่พยายามลอง พยายามเล่นอยู่ 1-2 สัปดาห์ พบว่า การใช้ Windows มันมีอุปสรรคในการเรียนรู้มากกว่า mac คือ environment ที่จะเอื้อต่อการใช้งานของ mac มันพร้อมกว่า เช่น มี ssh, python ในตัว หรืออย่างการใช้งาน arduino พอเสียบก็ใช้ได้เลย ไม่ต้องเลือก port ซึ่งมันจะทำให้ผู้เรียนรู้สามารถไปโฟกัสกับสิ่งที่กำลังเรียนรู้อยู่ได้ทันที ไม่ต้องมาติดปัญหาที่เกิดขึ้นจากตัว Windows หรือความไม่เหมาะสมของสภาพแวดล้อม

แน่นอนว่า การใช้ของที่ไม่เหมือนคนอื่นก็จะสร้างอุปสรรคในแบบอื่นอีกอยู่ดี แต่ผมกลับคิดว่า ให้ไปติดปัญหาตรงอื่น ดีกว่ามาติดปัญหาที่สภาพแวดล้อมของระบบ

เลยเป็นเหตุให้ตัดสินใจได้ว่า ซื้อ mac ตัวที่ 3 ได้ละ

13/6/61

Pordee's summer of code

ปกติช่วงปิดเทอมของพอดี มักจะได้ทำโปรเจคอะไรเล็กๆ ซึ่งหลายๆ ปีที่ผ่านมาจะเป็นทำหุ่นเพื่อแข่งในรายการ WRG หรือบางทีก็เป็นทำอะไรอย่างอื่น แล้วแต่เจ้าตัวจะชอบ

จริงๆ แล้วช่วงปิดเทอม ผมอยากให้ลูกชายได้ลองเป็น Back packer มากกว่า ได้พบเจอผู้คน ได้เห็นโลกกว้าง แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนไม่ชอบไปไหน ก็ช่างเขาไป

ปีที่แล้วโชคดีได้รู้จักกับผู้ใหญ่ในโรงเรียนปัญญาภิวัฒน์ ปิดเทอมรอบนี้เลยฝากให้ไปฝึกงานด้วย คือ จริงๆ แล้วในปีนี้ก็มีแข่งหุ่น WRG แต่ผมอยากให้ได้ไปทำอย่างอื่นมากกว่า คือการแข่งขันหุ่นทั่วไป จะเป็นการกำหนดโจทย์มาแล้ว ว่าทำอะไร แล้วทุกคนก็แข่งกันทำสิ่งเดียวกัน แล้วมาดูว่าใครทำได้เก่งที่สุด ซึ่งแนวทางนี้จะไม่ใช่แนวที่พอดีถนัด แล้วการทำสิ่งเดิมซ้ำๆ มันไม่ได้ความรู้ที่หลายหลาย (จะรู้ลึกในเรื่องเดิมเป็นหลัก) รอบนี้ก็เลยให้พักเรื่อง WRG แล้วไปลองทำอย่างอื่นดูบ้าง (แต่ WRG คงให้ไปแข่งแหล่ะ เป็นไปแพ้เป็นหลัก คือ ให้ได้พยายาม ได้ลองสร้างชิ้นงานพอแล้ว เป้าหมายคือทำหุ่นได้เสร็จ ทำงานได้ อันนี้คือชนะแล้ว เพราะบรรลุเป้าหมาย)

ส่วนงานที่ได้ไปทำที่ปัญญาภิวัฒน์คือ ได้ไปช่วยสร้างชิ้นงานหนึ่งชิ้น ด้วยโจทย์ที่ได้ เลยทำให้ต้องมาหัดใช้งาน Raspberry Pi + Image recognition สักตัวหนึ่ง

ด้วยโจทย์ที่ได้ และความพยายามของเจ้าตัว เห็นแล้วบอกได้เลยว่า ตัดสินใจถูกจริงๆ ที่ส่งให้ไปทำอย่างอื่นบ้าง (ต้องขอบคุณ อ. ปัญาภิวัฒน์ท่านั้นด้วยครับ ไม่แน่ใจว่าลงชื่อไว้ดีมั้ย เพราะงั้น สงวนนามไว้ก่อนดีกว่า) เพราะไม่อย่างนั้นก็จะได้แค่เขียน Arduino ต่อมอเตอร์ include library เหมือนอย่างเคย แต่รอบนี้ทำให้ถูกบังคับว่าต้องใช้ Linux ให้เป็น (โชคดีที่ที่บ้านเน็ตช้า เลยโดนบังคับว่าต้องโหลด Raspbian ที่ไม่มี GUI มาใช้)

แม้ว่าเกิน 50% ของโปรเจคจะเป็นว่า ผมเป็นคนช่วยก็ตาม แต่สิ่งที่พอดีได้คือ ได้คุ้นเคยกับ CLI ได้หัดใช้ Linux Command ได้รู้ว่า Image recognition เป็นยังไง

ถือว่าเป็นปิดเทอมที่คุ้มค่ามาก และเมื่อพอดีได้โจทย์ที่จะต้องทำอย่างอื่น ก็จะไม่ติดกรอบการคิดที่ Arduino อีก (แต่จะมาติดกรอบที่ Raspberry แทน :P คือ ติดกรอบอยู่ดี แต่กรอบกว้างขึ้น)